จดหมายข่าว

ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2540

สภาพเศรษฐกิฐประเทศชิลี

2. เศรษฐกิจชิลีระหว่างทศวรรษที่ 90

"ชิลีรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิงบวกไว้ได้ตลอด 10 ปีหลังนี้อัตราการเติบโตต่อหัวโดยเฉลี่ย ของประชากรในระหว่าง 10 ปีนั้อยู่ที่ 5.3 % ซึ่งแสดงนัยะที่สำคัญว่า ทุก ๆ 13 ปี รายได้ของประชากร หนึ่งคนจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า เท่ากับว่าชิลีได้บรรลุเป้าประสงค์อย่างมากมาย ในระหว่างปี 2503 และ 2533 ชิลีต้องอาศัยระยะเวลาร่วม 55 ปี หากต้องการเพิ่มรายได้ต่อหัวของประชากรอีก 2 เท่า"

"แก่นสำคัญของข้อเท็จจริงนี้จะแสดงให้เห็นด้วยตัวอย่างที่ว่า หากเราสามารถคงอัตราการเติบโตที่ 4 % ต่อปี (ตัวเลขนี้ต่ำกว่าอัตราเติบโตปัจจุบัน) ในช่วง 30 ปีนั้แล้วกินเวลาเรื่อยมาถึงปัจจุบันในขณะนี้เราน่าจะสร้าง รายได้ต่อหัวของประชากรได้ถึง 2 เท่าได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อันเป็นการบรรลุเป้าหมายที่เราตั้งอย่างแท้จริง"

"เมื่อเป็นเช่นนี้ หากเราสามารถคงอัตราเติบโตสูงเช่นที่เคยเเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอาไว้ เด็กที่เกิด ในขณะนี้จะใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ของพวกเขาในประเทศที่พวกเขาสามารถทำเงินได้สูงกว่าบิดามารดาของพวกเขา เคยทำไว้ถึง 4 เท่านอกจากนั้น ยังเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะต้องระลึกไว้เสมอว่า ระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ สูง ๆ เช่นปัจจุบันนี้ช่วยยุติรอยร้าวระหว่างชิลีและประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนใหญ่ในทั่วโลก"

"ช่วงเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2537 ถึง 2539 คือช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ ทั้งยังเป็นช่วงเวลา 3 ปีแรกในรอบครึ่งศตวรรษที่อัตราเงินเฟ้อเมื่อนับเป็นปีต่อปีเริ่มประคองตัวจำกัดเป็นตัวเลข หลักเดียวอัตราเงินออมของประเทศและยอดการลงทุนประเภททุนคงที่ก็ทะยานสูงขึ้นทำสถึติสูงสุดใน ประวัติศาสตร์ เราต้องจดจำไว้ว่า อัตราเงินออมได้พุ่งขึ้นถึงแค่ระดับ 7.8 % และ17.7 % สำหรับยอดการ ลงทุนประเภทนี้เท่านั้น ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีการจัดอภิปรายเพื่อเร่งหาวิธีการเร่งระดับการลงทุนเป็น 20 % หลายต่อหลายครั้งและในทุกวันนี้สัดส่วนการลงทุนลักษณะดังกล่าวก็พุ่งทะยานขึ้นเป็น 28 % โดยไม่มีวี่แวว ว่าจะชะลอตัวลงในอนาคตอันใกล้นี้"

"ในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในเรื่ององค์ประกอบของการลงทุนประเภททุนใน ประเทศชิลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการลงทุนในเครื่องจักรและเครื่องมือที่ยังคงบทบาทสำคัญ ในการสะสมของทุนคงที่ในระดับที่เติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ จากสัดส่วนการลงทุนทั้งหมดในรอบ 10 ปีล่าสุดนี้ ปรากฏว่าประมาณ 43 % ของเม็ดเงินมักทุ่มให้กับส่วนที่เป็นเครื่องจักรและเครื่องมือ สัดส่วน ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 58 % ในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นที่ชัดแจ้งขึ้นทุกขณะแล้วว่า การลงทุนสามารถให้ผลผลิต ได้เพิ่มมากขึ้นและนำออกจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย"

"ชิลีสามารถเพิ่มความสามารถในการผลิตที่ไม่ได้ขยับขึ้นเลยในระหว่าทศวรรษที่ 80 เป็น 5 % ต่อปีตลอด 5 ปีหลังนี้ เนื่องมาจากผลผลิตที่สูงขึ้นและดีขึ้นประกอบกับระดับการลงทุน คุณภาพของทุน ในส่วนที่เป็นแรงงานและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ล้วนแต่ดียิ่งขึ้น

"อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจเช่นนี้และการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกับโลกมากบิ่งขึน ได้ช่วย วางรากฐานสำหรับอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งของภาคการส่งออกด้วยเช่นกัน การขยายตัวในลักษณะนี้ได้ กระจายสู่อุตสาหกรรมการส่งออกทั้งหมดตั้งแต่เหมืองแร่จนถึงผลิตภัณฑ์แปลกใหม่ ขณะเดียวกันใน ทุกวันนี้ เรายังต้องเปิดรับแรงท้าทายอันรุนแรงที่ภาคการบริการในประเทศต้องเผชิญหน้าเมื่อพิจารณา ในเชิงการค้าระหว่างประเทศโดยสัดส่วนการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดที่อยู่ในธุรกิจนี้ในปัจจุบันมีประมาณ 1 ใน 4"

"เราเห็นถึงความก้าวหน้าที่สำคัญบางประการในภาคการบริการธุรกิจการส่งออกของประเทศได้เติบโต จากราว 1,900 ล้านเหรียญในปี 2533 ขึ้นเป็น 3,200 ล้านเหรียญในปี 2538 ภาคการบริการ นี้คิดเป็น 20 % ของภาคการส่งออกทั้งหมดของชิลี หากไม่นับรวมภาคการบริการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง การบรรทุกและการประกัน ซึ่งรับบทบาทผู้ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการการค้าเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศแล้ว อุตสาหกรรมการส่งออกภาคการบริการอื่น ๆ ได้เติบโตที่ระดับ 70 % จากปี 2533 ถึงปี 2538"

"ความเป็นสากลในภาคการเงินก็เป็นอีกหนึ่งความจำเป็นสำหรับรูปโฉมใหม่ของพัฒนาการในชิลี เป็นภาค ที่ช่วยทำให้การส่งออกสินค้าสมบูรณ์ และสำหรับกรณีการระดมทุนแล้ว มักเกี่ยวโยงกับแรงงานที่มีทักษะและ ความเชี่ยวชาญชำนาญสูง ๆ"

"เมื่อเร็ว ๆ นี้เราได้เห็นถึงการขยายตัวของเครื่องมือทางการเงิน ที่เปิดทางให้ฝ่ายบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แห่งชิลี (AFPs) และบริษัทประกันภัยออกไปลงทุนในต่างประเทศ ทั้งยังมีการนำกฏหมายใหม่สำหรับกองทุน รวมระหว่างประเทศมาใช้ พร้อม ๆ กับการดำเนินความพยายามเพื่อบัญญัติกฏหมายสำหรับการสร้างความเป็น สากลให้กับธุรกิจการธนาคาร สิ่งนี้คือบางสิ่งของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งคือ "ขั้นตอนที่สอง" ของการปฏิรูปภายใต้ กระบวนการสร้างความเป็นสากลให้กับประเทศชิลี"